DataTel is specialist of Telephone PABX, IP-PBX, VoIP, CCTV, WiFi, Wireless network and Telephone call saving solution
Solution
PABX Direct Line (DID)
Voice Over IP (VoIP)
10 reasons to IP-PBX
VoIP Gateway Connection
Mobile Virtual Private Network (MVPN)
Wireless Lan
Internet WiFi HotSpot
CCTV System
IP Surveillance
Voice Logger
TEL: 076-235334 / Mobile: 089-2599642  Home | Service | Support | Contact Us | About Us
PABX
LG-Ericsson
NEC
Matrix
Telephone
Siemens Gigaset
IP-PABX
Plextel
Xorcom
Yeastar
IP Phone
Snom
Yealink
Moimstone
VoIP Gateway
Matrix
Xorcom
Mobile Gateway
Matrix
FAX Server
Yeastar
Voice Logger
Xtend
Networking
Micronet
Intellinet
Tenda
Ubiquiti
AMD
IP-Tran DSLAM
Option 3G
CCTV
KND
HikVision
Hi-View
IP Cameara
HikVision
Security
Digital-A
Commax
Call Saving
DeeCall VoIP
Credit card
       
Track EMS
Track EMS
 
Untitled Document
เทคโนโลยีระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless Lan Technology)

     เทคโนโลยีระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN) ได้เข้ามามีบทบาท และเพิ่มทางเลือกในการทำงานให้กับผู้ใช้งานปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะช่วยขจัดข้อจำกัดในเรื่องเพื่อนที่ในการใช้งานระบบเครือข่าย เพราะไม่ว่าจะใช้งานในมุมใดของทีททำงาน หรือการทำงานนอกสถานที่ ก็สามารถใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายได้ ขอเพียงแค่ให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สามารถรับสัญญาณเครื่อข่ายไร้สาย (Wireless Signal) ได้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายหลายค่าย ที่วางระบบเครือข่ายไร้สายสาธารณะ ทำให้การใช้งานกว้างขวางมากขึ้น

     เครือข่ายไร้สายนั้นได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุุบันมาตรฐาน IEEE802.11g ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 54Mbps ดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยมารตรฐานใหม่ นั่นคือ มารตฐาน IEEE802.11n ซึ่งได้มีการพัฒนาจนสามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 300Mpbs ที่เข้ามาช่วยขจัดข้อจำกัดในเรื่องของความเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความครอบคลุมพื้นที่ในการใช้งานที่มีมากชึ้นอีกด้วย

 

ควาเป็นมาและพัฒนาการของเทคโนโลยีไร้สาย (Wireless)    

     ในปี ค.ศ. 1970 ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN) เกิดขึ้นครั้งแรกทีมหาวิทยาลัยฮาวาย ซึ่งเป็นโปรเจกต์ว่า "ALOHNET" ในขณะนั้นการส่งข้อมูลเป็นแบบ Bi-directional คือการส่งไป-กลับง่ายๆ ผ่านคลื่นวิทยุ สื่อสารกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ 4 เกาะโดยมีศูนย์กลางการเชื่อมต่ออยู่ที่เกาะ ที่มีชื่อว่า "Oahu"

      ในปี ค.ศ. 1997 สถาบัน IEEE ได้มีการกำหนดมาตรฐาน LAN ไร้สายแบบเดียวกับอีเทอร์เน๊ต และเป็นชุดเดียวกับ 802 โดยให้ชื่อว่า IEEE 802.11 มาตรฐานที่เกิดขึ้นในปีนั้น ยังมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีจึงได้กำหนดระบบการรับส่งสัญญาณด้วยขนาดความเร็ว 2Mbps เท่านั้น หลังจากนั้นระบบ LAN ไร้สาย IEEE 802.11 จึงเป็นที่รู้จักกันนับตั้งแต่นั้นมา

      ในปี ค.ศ. 1999 IEEE ได้มีการพัฒนามาตรฐานใหม่ของระบบ LAN ไร้สาย และใช้ชื่อมาตรฐานที่ IEEE 802.11b โดยมีการพัฒนาให้มีความเร็วในการรับส่งได้ถึง 11Mbps และเป็นการส่งข้อมูลแบบฟูลดูเพล๊กซ์ (Full Duplex) คือการรับและส่งแยกกันด้วยความเร็ว 11Mbps จากมาตรฐาน 802.11b ที่ประกาศออกไปนี้ บริษัทผู้ผลิตต่างๆ จึงได้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายออกมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะบริษัทที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายขนาดใหญ่ ได้ให้ความสำคัญในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อระบบเครือข่ายมีขนาดใหญ่ และขยายออกไปมากขึ้น ทำให้มีการพัฒานาระบบโรมมิ่ง (Roaming) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้ายจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง และเนื่องจากการส่งข้อมูลของรระบเครือข่ายไร้สายนั่น มีจุดอ่อนในเรื่องความปลอดภัย เพราะมีการส่งโดยใช้คลื่นวิทยุในอากาศ ทำให้ผู้ผลิตหันมาให้ความสนใจในการปรับปรุงในเรื่องระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยของสัญญาณข้อมูลที่แพร่กระจายในอากาศ โดยมีการวางมาตรฐานทางด้านการเข้ารหัส (Encryption) ข้อมูล และระบบดูแลรักษาความปลอดภัยในกาเข้าถึงมากขึ้น

      การพัฒนาระบบเครือข่ายไร้สาย ได้เริ่มจากมาตรฐาน 11b มาเป็น 11g ซึ่งเป็นมาตรฐายที่เราใช้กันในปัจจุบันที่สมารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 54Mbps โดยยังคงใช้ย่านความถี่ 2.4GHz ในการรับส่งข้อมูลเช่นเดียวกับมาตรฐาน 11b นอกจากมาตรฐาน 11b และ 11g แล้ว ยังได้มีการออกมาตรฐาน IEE802.11a แต่ในช่วงที่ผ่านมาในเมืองไทยไม่สามารถที่ใช้งานมาตรฐานนี้ได้ เนื่องจากใช้ย่านความถี่ 5GHz ซึ่งบ้านเราไม่อนุญาตให้ใช้งาน แต่เมื่อปี 2550 ผ่านมาก็ได้เปิดให้มีการใช้ย่านความถค่นี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่งมีน้อย ราคาสูง และยุ่งยากในการใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายไร้สายเดิม สำหรับมาตรฐาน 11g นี้น่าจะเป็นมาตรฐานที่มีผู้ใช้มากที่สุดในปัจจุบันเนื่องจากอุปกรณ์มีราคาที่ไม่สูง และยังสามารถใช้งานร่วมกับ มาตรฐาน 11b ได้ทันที เพราะใช้ย่านความถี่ 2.4GHz เดียวกัน แต่ในขณะนี้ได้มีการออกมาตรฐานใหม่ซึ่งดูเหมือนจะเป็นมาตรฐานที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ ในเรื่องของความเร็วที่สามารถส่งข้อมูบได้ถึง 300Mbps และยังเพิ่มระยะทางในการส่งข้อมูลให้ได้ไกลมากขึ้นอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

    ประโยชน์ของเครือข่ายไร้สาย
 

1. Mobility เพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้าน ทำให้การใช้งานเครือข่ายไรัสายไม่ได้จำกัดอยู่ ณ จุดที่มีสายเคเบิลเดินถึงเท่านั้น แต่เครือข่ายไร้สาย สามารถช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากทุกๆ ที่ ที่สัญญาณครอบคลุมถึง
2. Installation Simplicity การติดตั้งเพื่อใช้งานนั้น สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะมไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งสายเคเบิล และไม่รกรุงรัง
3. Installation Flexibility มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งระบบเครือข่าย เพราะในบางครั้ง บางเวลาจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายจุดปล่อยสัญญาณ เพื่อนให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งเครือข่ายไร้สายทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
4. Reduce cost-of-ownership การลงทุนในระยะยาวนั้นจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ถึงแม้ราคาอุปกรณ์ของเครือข่ายไร้สายจะมีราคาที่สูงกว่าอุปกรณ์เครือข่ายใช้สาย แต่ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นจะลดต้นทุนในการติดตั้งในเรื่องคน และเวลา รวมถึงการบำรุงรักษาระบบเครือข่าย เพราะไม่ต้องคอยดูแลสายเคเบิลซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคต
5. Scalability เครือข่ายไร้สายทำให้องค์กรสามารถปรับขนาด และความเหมาะสมได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพราะสามารถโยกย้าย หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งการใช้งาน โดยเฉพาะระบบที่มีกาเชื่อมต่อระหว่างอาคาร

Relate Product
  • Micronet
  • Intellinet
  • Ubiquiti
  • Tenda
  •                          
                             
                                  
    Copyrights © datatel.co.th 2009. All rights reserved.